วันอาทิตย์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2555

สัมผัสเชียงใหม่.และเสียดาย..ที่ไม่มีเธอ..

ความสงบ ในมุมของพระศาสนา

ในความรู้สึก ในความคิดเชื่อมั่นอย่างแรงกล้า
ของตัวเอง 
ในความโดดเดี่ยว ที่ยืนหยัดด้วยตัวเอง
 ตลอดมานับตั้งแต่เด็ก 
ในความจำเป็นต้องเผชิญหน้ากับปัญหา น้อย 
ใหญ่ ตามลำพัง 

คิดเสมอ เชื่อตัวเองตลอดเวลา ว่าไม่มีทางจะอยู่ร่วมบ้าน ร่วมครอบครัว ร่วมกับใครได้
แม้แต่ครอบครัวของตัวเอง เพราะเคยชินกับการอยู่ลำพัง คิดเอง ตัดสินใจ
 แก้ปัญหาด้วยตัวเองตลอดมา

บางครั้งในความอ่อนโยน แต่ก็ซ่อนความเด็ดขาดและแข็งกร้าวไว้ในหัวใจและแววตา

เมื่อถึงวันที่ต้องตัดสินใจเดินทางไปทำงานที่เชียงใหม่ชั่วคราว 
ในช่วงเวลาที่มิอาจเลือกทำหรือไม่ทำสิ่งใดได้ การ เดินทางไปกับเจ้านาย เพื่อนเจ้านาย ในความอึดอัด ที่พยายามซุกซ่อนไว้ในใจ

ในความอึดอัดเมื่อเพื่อนเจ้านายเดินทางกลับ เหมือนตัวเองโดดเดี่ยวอีกครั้ง ท่ามกลางผู้คนไม่คุ้นเคย ตั้งแต่เพื่อนร่วมงาน จนถึงผู้ร่วมอาศัยในรั้วบ้านเดียวกัน

ในวันแรกเรากำลังเป็นคนแปลกหน้า แปลกตาต่อกันและกัน 
คราวแรกความคิดหวาดวิตกกังวลยังติดค้างในใจ 
เมื่อเวลาผ่านไปเพียงชั่ววันเดียว ฉันรู้สึกว่าตัวเองช่างเป็นคนที่มีความสามารถพิเศษในการปรับตัวเข้ากับทุกคนได้อย่างรวดเร็ว 
เริ่มจากน้องนุชบัญชี ในความไม่รู้เรียกหาเธอผู้เดียว ในความไม่รู้ของเราทั้งสองต่างพากันมั่วจนกระทั่งเรียนรู้และทำได้สำเร็จไปพร้อมๆกัน 

ในความวิตกกังวลเรื่องอาหารการกินและความเป็นอยู่ ร่วมกับครอบครัวเจ้านาย กลายเป็นเรื่องเล็กเมื่ออาม่าและพี่สาวเจ้านายที่ดูเหมือนเป็นคนแข็งๆ คล้ายกับไม่เอาใคร คล้ายกับไม่มีน้ำใจ แต่กลายเป็นคนที่มีน้ำใจกับเรามากที่สุด ทั้งพี่สาว ทั้งอาม่า ต่างก็ให้ความคุ้นเคย และเมตตากับเราไม่ต่างกับลูกหลานของเขาเลยทีเดียว 

วันหยุดก็หาเรื่อง ออกจากบ้านไปตามประสา ไปตามลำพัง นั่งรถประจำทางไปเองบ้าง น้องที่ทำงานพาไปวัดที่อยากไปด้วยความไม่รู้ทั้งเขา ทั้งเรา ขับรถปีนเขาขึ้นไปด้วยความกลัว ตื่นเต้น แต่น้องนิบอกว่าคุ้ม..
เป็นความสุขที่ฉันไขว่หาได้โดยไม่ต้องง้อใคร
อากาศที่เชียงใหม่ยังคงหนาวเย็นทุกๆเช้า และกลางคืน 
บางครั้งก็มีความสุขจนกระทั่งลืมกรุงเทพฯ
บางครั้งก็เครียดจนไมเกรนเรียกหา อยากหนีกลับกรุงเทพฯภายในคืนเดียว
แต่ก็ยังไม่หนักหนาสาหัสจนทนไม่ได้ เพราะโดยรวมแล้ว ความสบายใจมีมากกว่าความอึดอัดใจ

วันดีคืนดีเจ้านายก็บอกให้ดีใจว่าจะส่งกลับกรุงเทพฯแล้ว 
วันถัดมาเจ้านายบอกว่ายังไม่พร้อม และผลัดไปวันแล้ววันเล่า แต่ไม่ได้ทำให้ความสุขลดน้อยลง
เพราะนั่นคือ..เป็นการยืดเวลากับการกลับไปเผชิญกับความรู้สึกอื่นๆอีกมากมายที่ยังมิอาจอธิบายได้ว่า..จะรับไหวหรือไม่ไหวกับบางสิ่งบางอย่างที่อาจทำให้ตัวเองรู้สึกแย่กว่าการอยู่กับคนแปลกหน้าที่กลายเป็นความผูกพันเพียงวันเวลาไม่เท่าไร

เป็นความรู้สึกดีๆ เมื่อเพื่อนร่วมงานให้ความร่วมมือ มีน้ำใจ ต่อเราอย่างจริงใจ พูดให้เราเชื่อมั่นว่าเขาต้องการเราทำงานร่วมกับเขาตลอดไปอยู่เสมอ และความจริงใจของคนมักสื่อผ่านจากน้ำเสียง
และแววตาของเธอ ของเขา

หรือเพราะแรงจิตอธิษฐานขอพรจากพระ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายทั้งปวง จากวัดทุกแห่งที่ฉันมีโอกาสได้เยี่ยมเยือน ทุกคราวที่มีโอกาสได้ไปนั่งพนมมือตรงหน้าพระประธาน หรือก้มลงกราบพระพุทธรูปเก่าแก่ ฉันขอเพียงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มีอยู่จริงในเมืองนี้จงปกป้องคุ้มภัย ขอให้ความรักและเมตตาจงแผ่รัศมีไปถึงผู้คนทุกคนที่ได้พบได้เจอ จงบังเกิดต่อเขา จงบังเกิดต่อเรา ขอจงบังเกิดต่อกันและกัน



จากวันที่ไม่เคยคิดอยากอยู่เชียงใหม่ แม้จะสัมผัสได้ว่าที่นี่..อากาศดี ยังคงมี บรรยากาศและกลิ่นไอวัฒนธรรมล้านนากระจายอยู่ทั่วเมือง  จนถึงวันนี้ และหลายๆวันที่ผ่านมา นั่งรถผ่านบ้านสไตล์ล้านนาหลังย่อมๆ มองผ่านเข้าไปเห็นความงดงาม หน้าประตูรั้วบ้านแขวนป้ายประกาศขายด้วยลายมือโย้เย้ ฉันนึกอยากได้ ผ่านไปหลายครั้งมองเข้าไปให้ลึกเท่าที่สามารถมองเห็น และคิดเสียดายตั้งแต่ครั้งแรกที่แลเห็น และบ่นเสียดายทุกครั้งที่ผ่านไป..เสียดายที่ไม่มีตังค์


ไม่มีความคิดเห็น: