วันศุกร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2554

บอกลาบาปในใจตน

 (ภาพ หลวงปู่ชา)


การทำงานอาสา คืออะไรนะ?

คือการเสียสละเวลาส่วนตัว ทำกิจอันใดอันหนึ่งให้ส่วนรวม เพื่อเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะใช่หรือไม่?

ฉันเข้าใจเช่นนี้..และเข้าใจอีกว่าคนที่มีความเสียสละทำกิจอันใดอันหนึ่งเพื่อสังคมส่วนรวมได้นั้นย่อม ต้องมีจิตใจดีถึงดีมาก ไม่เห็นแก่ตัว มีน้ำใจต่อบุคคลอื่นๆ และฉันก็ศรัทธาคนเหล่านี้

แต่สิ่งหนึ่งที่ฉันไม่เคยคิด..คือ จริตของคน 
ซึ่งบางครั้งได้เผลอกระโจนลงไปเล่นสนุกสนานอยู่กับกิเลส..ตัวไม่พอ 
ที่คอยกวักมือเรียกหาพวกเขาอยู่ตลอดเวลา 

ทั้งกระโดดลงไปท้าทายความ  "ไม่พอ" 
ด้วยตัวเอง ทั้งที่นั่งเป็นกองเชียร์ ทั้งบางคนทำตัวเป็นโค้ช คงสนุกกับมันมากมาย

กระโดดโลดเต้น ละเลงสีสรรกันกระทั่งฉันเผลอใจ..ลืมตัว หยุดจิตให้ตั้งอยู่ ณ ตรงที่เดิมไม่ได้
คล้อยใจ เดินตามเขาไปเหมือนถูกสะกดจิต
ไม่เพียงแต่เดินตามตัวโมหะจริต ราคะจริต โทสะจริต  เขาไปตามลำพัง 
แต่ยังลากเพื่อนที่แสนดีร่วมขบวนไปด้วยกัน 

โอวว..คน ช่างเสาะแสวงหา สร้างบาปให้ตัวเองไม่หยุดหย่อน

ฉันขอภัยเพื่อนร่วมทางที่แสนดี ที่เผลอลากลงมาคลุกคลีกับอารมณ์บาปของฉัน

ฉันขอโบกมือลา..ถนนสายกิเลส ที่ใครต่อใครกำลังหลงทางสนุกสนาน กำลังเริงร่า อย่างลืมตัว
กำลังเป็นเสมือนยานพหนะของกรรมนำทางส่งกรรมให้ถึงที่หมาย

ฉันเพียงแต่ขอเพื่อนร่วมทางที่แสนดีของฉันกลับหลังหันไปพร้อมกัน.

**********
 โอวาทธรรมหลวงพ่อชา สุภทฺโท (พระโพธิญาณเถร)
วัดหนองป่าพง จ.อุบลราชธานี

สติก็คือชีวิตถ้าขาดสติเมื่อใดก็เหมือนตาย

คนตายแล้วเดินได้พูดได้หายใจได้ใครเคยเห็นไหม
ใครเคยคิดไหมตายทางจิต.. ตายทางสติปัญญา…

ผู้ไปยึดอารมณ์จะเป็นทุกข์เพราะอารมณ์มันไม่เที่ยง


ขอบคุณโอวาทธรรมหลวงปู่ชา และภาพจาก เว็บบอร์ดพลังจิต

                                                              http://ut9.us/i5y

ไม่มีความคิดเห็น: